Pages Menu
Categories Menu

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะเป็นโรคที่พบได้บ่อยในประเทศไทย ผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้คือผู้ที่มีอายุมาก สูบบุหรี่หรือเคยสูบบุหรี่(แม้จะหยุดไปหลายปีแล้ว)  ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับสีและสารเคมี ผู้ที่มีประวัติมะเร็งในครอบครัว และผู้ที่เคยรักษามะเร็งอย่างอื่นด้วยวิธีการฉายแสงบริเวณเชิงกรานหรือด้วยเคมีบำบัด โดยสารเคมีจากบุหรี่หรือสารเคมีจากงานที่ทำที่ได้รับต่อเนื่องกันเป็นเวลานานๆหรือรังสีจะกระตุ้นให้เซลล์เยื่อบุในทางเดินปัสสาวะเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็งขึ้น ขณะเดียวกันก็มีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงใดๆแต่ยังเกิดโรคขึ้นได้

อาการที่น่าสงสัยและผู้ป่วยควรจะรีบไปพบแพทย์คือ
– ปัสสาวะเป็นเลือด ถ้าเป็นรุนแรงอาจจะเป็นเลือดสดๆ ถ้าไม่รุนแรงอาจมีสีเหมือนน้ำล้างเนื้อ หรือมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นแต่ตรวจพบเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะจากการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
– มีอาการปวดขณะเบ่งปัสสาวะ โดยปวดบริเวณท้องน้อยหรือปลายท่อปัสสาวะ
– ปัสสาวะบ่อยและมีความรู้สึกเหมือนจะปัสสาวะราดถ้าไปไม่ทัน บางครั้งปวดปัสสาวะแต่เวลาไปถ่ายกลับมีปัสสาวะออกเพียงเล็กน้อย

อาการเหล่านี้อาจจะเกิดจากโรคอย่างอื่นได้ เช่นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ  ดังนั้นไม่ควรวิตกกังวลเกินไป ควรหาแพทย์ระบบปัสสาวะเพื่อตรวจสอบให้แน่นอน  เมื่อมาพบแพทย์ หลังจากซักประวัติและตรวจร่างกายแล้ว แพทย์จะให้เก็บปัสสาวะตรวจทางห้องปฏิบัติการ  และส่องกล้องตรวจกระเพาะปัสสาวะ   การส่องกล้องใช้เพียงเจลยาชาใส่เข้าในท่อปัสสาวะไม่ต้องดมยาสลบ  กล้องมีลักษณะเป็นแท่งยาวขนาดดินสอเล็กๆใช้สอดเข้าทางท่อปัสสาวะเพื่อดูในกระเพาะปัสสาวะ  โดยทั่วไปการตรวจดูด้วยกล้องมักบอกได้ค่อนข้างแน่นอนว่าเป็นมะเร็งหรือไม่  แต่ในกรณีที่สงสัยแพทย์ก็จะนำชิ้นเนื้อชิ้นเล็กๆไปตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยัน

หลังจากนั้นแพทย์จะนัดผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดทางกล้องซึ่งจำเป็นต้องดมยาสลบหรือฉีดยาชาเข้าไขสันหลัง(บล็อกหลัง)   โดยใช้กล้องขนาดใหญ่ขึ้นที่มีเครื่องมือสำหรับตัดเนื้องอก  ถ้ามะเร็งยังเป็นระยะเริ่มต้นการส่องกล้องตัดมักตัดออกได้หมด  หลังผ่าตัดแพทย์จะนัดส่องกล้องตรวจเป็นระยะๆเพื่อดูว่ามีมะเร็งเกิดขึ้นใหม่หรือไม่  ถ้ามีขึ้นใหม่ก็อาจจะนัดมาผ่าตัดด้วยกล้องแบบเดิม   บางรายแพทย์อาจจะนัดให้มาใส่ยาเข้าในกระเพาะปัสสาวะเพื่อป้องกันมะเร็งเกิดขึ้นใหม่

หากมะเร็งลุกลามลึกเข้าไปในผนังกระเพาะปัสสาวะแล้ว การส่องกล้องตัดจะตัดได้ไม่หมด จำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่เพื่อตัดกระเพาะปัสสาวะ  แพทย์จะให้ทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และเอกซเรย์ปอดเพื่อดูว่ามะเร็งลุกลามออกนอกกระเพาะปัสสาวะหรือไม่   หากยังไม่ลุกลามการรักษาตามมาตรฐานคือต้องตัดกระเพาะปัสสาวะออกทั้งอันรวมทั้งต่อมลูกหมาก(ในชาย) และมดลูก(ในหญิง)   ส่วนทางเดินปัสสาวะ แพทย์จะใช้ลำไส้ทำทางเดินใหม่ให้ปัสสาวะไหลออกทางหน้าท้องซึ่งต้องใช้ถุงครอบไว้ตลอดเวลาเพื่อเก็บปัสสาวะไว้ไม่ให้เปรอะเปื้อนหรือมีกลิ่น

หากมีการลุกลามไปแล้ว การผ่าตัดอาจไม่ช่วยให้ผู้ป่วยหายจากมะเร็งได้ จึงต้องชั่งน้ำหนักผลที่ได้จากการผ่าตัด(เช่นลดปัญหาเรื่องเลือดออกหรือเพื่อลดความเจ็บปวด)  กับความเสี่ยงจากการผ่าตัด(ซึ่งการผ่าตัดนี้ใช้เวลานานและเสียเลือดมาก ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดโรคแทรกถึงแก่ชีวิตได้) การรักษาวิธีอื่นๆนอกเหนือจากการผ่าตัดที่อาจจะเลือกนำมาใช้ได้แก่   การฉายรังสี   และการให้เคมีบำบัด