Pages Menu
Categories Menu

มะเร็งต่อมลูกหมาก เรื่องใกล้ตัวของเพศชาย

ในชายวัยทองที่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป มีโอกาสที่จะเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้  ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะที่สำคัญของระบบสืบพันธุ์ชายซึ่งมีรูปร่างคล้ายๆ กับลูกเกาลัด มีขนาดกว้าง 3-4 เซนติเมตร  เมื่ออายุมากขึ้นต่อมลูกหมากจะโตขึ้นและมีโอกาสเกิดมะเร็งได้มากขึ้น ตามลำดับ  พบว่าชายในประเทศที่มีการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง จะพบอุบัติการณ์เกิดขึ้นมาก เช่นในแถบประเทศตะวันตก ส่วนในประเทศไทยนั้นจะพบมากขึ้นในปัจจุบัน  มะเร็งต่อมลูกหมากจะแบ่งได้เป็น 4 ระยะ   ในระยะที่ 1 และ 2 นั้น มะเร็งจะยังอยู่ในต่อมลูกหมาก ซึ่งจะยังไม่แสดงอาการใดๆ   ในระยะที่ 3 มะเร็งจะมีขนาดใหญ่ขึ้นจนอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ และเริ่มจะลุกลามออกนอกต่อมลูกหมาก ผู้ป่วยอาจจะมีอาการปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะลำบาก เบ่งปัสสาวะไม่ออก หรือปัสสาวะเป็นเลือดได้   ในระยะที่ 4 มะเร็งจะลุกลามไปบริเวณต่อมน้ำเหลืองและกระดูก ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดตามกระดูกและข้อ น้ำหนักลด หรือเป็นมากๆ อาจจะทำให้เป็นอัมพาตจากการหักของกระดูกสันหลังได้

แนวทางการวินิจฉัยโรค
โดยทั่วไปการรักษาโรคมะเร็งที่ดีที่สุด คือการค้นพบผู้ป่วยที่เป็นโรคในระยะแรก เพื่อหวังผลในการรักษาให้หายขาด มีชีวิตอยู่ได้ยาวนาน และมีคุณภาพชีวิตที่ดี  เพราะว่าถ้าผู้ป่วยมาพบแพทย์ในระยะหลังคือระยะ 3 และระยะ 4 นั้น อาจจะช้าเกินไปเนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดได้  การรักษาในระยะ 3 และ 4 จะเป็นการรักษาแบบประคับประคองให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยาวนานที่สุด  ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การวินิจฉัย โรคมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะต้นๆ ในผู้ป่วยให้ได้โดยการตรวจเช็คต่อมลูกหมากจากแพทย์ เนื่องจากมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรกๆ จะไม่มีอาการผิดปกติของทางเดินปัสสาวะใดๆ  วิธีการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากมีการตรวจด้วยกัน 2 แบบคือ

1.  การเจาะเลือดหาสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor Marker)  ในปัจจุบันมีสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมากหลายตัว แต่ตัวที่ดีที่สุดคือ PSA (Prostate-specific antigen)  สารชนิดนี้จะถูกผลิตออกมามากกว่าปกติในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก จึงสามารถวัดค่าได้โดยการเจาะเลือด ถ้าระดับของ PSA ในเลือดสูงกว่าปกติก็จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้ ที่สำคัญคือชายที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะต้นๆ คือระยะ 1 หรือระยะ 2  ที่มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้นั้นจะแสดงผล PSA ที่ผิดปกติโดยที่ผู้ป่วยยังไม่มีอาการแสดงออกใดๆ ทั้งสิ้น ถ้ารอให้มีอาการต่างๆ และค่อยมาพบแพทย์นั้น มะเร็งที่ค้นพบอาจจะลุกลามไปมากแล้ว  ดังนั้นการเจาะเลือดหาค่า PSA นี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสามารถเจาะได้ในโรงพยาบาลทั่วๆ ไป

2.  การตรวจทางทวารหนัก (Digital rectal examination) หรือเรียกย่อๆ ว่า DRE โดยแพทย์จะทำการตรวจต่อมลูกหมากโดยใช้การตรวจทางทวารหนัก เพื่อตรวจคลำรูปร่างและความยืดหยุ่นของต่อมลูกหมาก  ใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที  หากเป็นมะเร็งมักคลำได้ก้อนแข็ง
ถ้าการตรวจอย่างใดอย่างหนึ่งพบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น หรือการตรวจทั้ง 2 อย่าง มีความผิดปกติเกิดขึ้น ก็จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้ ผู้ป่วยควรจะต้องได้รับการตัดชิ้นเนื้อ (biopsy)  เพื่อไปพิสูจน์ทางพยาธิวิทยาว่าเป็นมะเร็งจริงหรือไม่
ในปัจจุบันการตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากทำได้โดยง่าย โดยการใช้เครื่องมืออัลตราซาวน์ของต่อมลูกหมาก โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือสอดเข้าทางทวารหนัก แล้วตัดเนื้อไปตรวจด้วยเข็มที่มีขนาดเล็ก การตัดเนื้อวิธีนี้ไม่จำเป็น ต้องดมยาสลบแต่อย่างใด เมื่อทำเสร็จแล้วก็สามารถกลับบ้านได้

การรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก
การรักษาขึ้นอยู่กับว่าผู้ป่วยที่มาพบแพทย์อยู่ในระยะใด ถ้าอยู่ในระยะต้นๆ คือระยะ 1 หรือระยะ 2  ก็มีโอกาสใช้วิธีการรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าผู้ป่วยที่มาพบแพทย์อยู่ในระยะที่ลุกลามไปแล้ว  การรักษาก็จะ ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้  แต่การรักษาจะทำให้มีชีวิตได้ยาวนานที่สุด และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากในระยะต้น (ระยะ 1 หรือระยะ 2) ทำการรักษาได้ 2 วิธี คือ
1.  การผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออกทั้งหมด หรือที่เรียกว่า Radical prostatectomy เป็นการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากที่เป็นมาตรฐานและได้ผลการรักษาที่ดีวิธีหนึ่ง ที่สำคัญคือผู้ป่วยมีโอกาสหายขาดได้ถ้าผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะต้นๆ โดยเฉพาะระยะ 1 และระยะ 2 โดยทั่วไปการผ่าตัดมักจะทำในผู้ป่วยที่มีอายุไม่เกิน 70 ปี จะได้ผลการรักษาดีมาก แต่ถ้าผู้ป่วยอายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไป แพทย์จะดูสภาวะอื่นๆ ของผู้ป่วยแล้วใช้ดุลยพินิจในการรักษาให้เหมาะสมกับสภาวะของผู้ป่วย  ผลข้างเคียงของการผ่าตัด คือ ผู้ป่วยอาจจะสูญเสียความสามารถในการแข็งตัวของอวัยวะเพศหลังผ่าตัด ในผู้ป่วยบางรายอาจจะมีปัญหาในการกลั้นปัสสาวะบ้าง  ปัจจุบันในประเทศไทยมีการผ่าตัด Radical Prostatectomy กันมากขึ้น
2.  การฉายรังสี หรือฝังแร่ในต่อมลูกหมาก เป็นการรักษาอีกวิธีหนึ่ง ทำโดยใช้รังสีไปทำลายเซลล์มะเร็งของต่อมลูกหมาก ผลข้างเคียง คือ จะเกิดการระคายเคืองของเยื่อบุผิวของกระเพาะปัสสาวะ หรือเยื่อบุผิวของลำไส้ตรงจะทำให้มีปัสสาวะเป็นเลือดเป็นครั้งคราว ปัสสาวะลำบาก หรือมีอุจจาระเป็นเลือด อุจจาระลำบากได้

การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากในระยะลุกลาม (ระยะ 3 หรือระยะ 4)
มีหลายวิธีด้วยกัน โดยหลักการรักษาคือการลด hormone เพศชาย  ซึ่งเป็นตัวสำคัญที่กระตุ้นเซลล์ของมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยการผ่าตัดเอาลูกอัณฑะออกทั้ง 2 ข้าง  หรือการได้ยาลด hormone ต่าง ๆ

แนวทางการวินิจฉัยและการรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมากแบบใหม่นี้ทำให้เกิดการค้นพบมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะต้นๆ ในชายไทยได้ และสามารถรักษาเพื่อหวังผลให้หายขาดได้  ในปัจจุบันมีชายไทยที่มีความสนใจสุขภาพมารับการตรวจมากขึ้น ทำให้ค้นพบจำนวนของผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะต้นๆ มีจำนวนมากขึ้น และได้รับการรักษาในระยะต้นมากขึ้นโดยการผ่าตัด ซึ่งทำให้ชายไทยมีโอกาสหายจากโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้มากขึ้น